Featured

นักการเมืองที่ชื่อปิยบุตร

ตั้งแต่เมื่อทนายอานนท์เดินสายอภิปรายเรื่องสถาบันกษัตริย์ในม็อบ “เสกคาถาผู้พิทักษ์ปกป้องประชาธิปไตย” เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม และที่เชียงใหม่ในวันที่ 9 สิงหาคม และโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อ “กลุ่มธรรมศาสตร์และการชุมนุม” เสนอข้อเรียกร้องปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ 10 ข้อในวันที่ 10 สิงหาคม

ดูเหมือนว่ากระแสปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ทั้งหมดจากภาคประชาชนนี้ แทบไม่ได้ถูกนำมาอภิปรายอย่างจริงจังจากฝ่ายการเมืองฝั่ง “ประชาธิปไตย” เห็นเพียงแต่ออกมาในลักษณะสนับสนุนการแสดงความคิดเห็นของนักศึกษา แต่ไม่มีการผลักดันรณรงค์ให้เป็นวาระของพรรคหรือมีการอภิปรายใดๆ ในสภา ทั้งนี้ อาจเพราะนักการเมืองฝ่าย “ประชาธิปไตย” หลายคน มีลักษณะ “ฉวยโอกาส” คือเห็นว่ากระแสนี้มาแรงในคนรุ่นใหม่ จึงไม่พลาดโอกาสในการได้ “ไลค์” ง่ายๆ โดยการออกมาพูดเท่ๆ แต่ไม่ได้ “อิน” หรือเข้าใจประเด็นเรื่องนี้อย่างจริงจัง และไม่แม้แต่คิดที่จะนำไปผลักดันให้เป็นจริงขึ้นมา

Continue reading “นักการเมืองที่ชื่อปิยบุตร”

Featured

ทำไมต้องปฏิรูปสถาบันกษัตริย์?

ทำไมต้องปฏิรูปสถาบันกษัตริย์? เป็นสิ่งที่ปฏิเสธไม่ได้ว่าในปัจจุบัน ความศรัทธาต่อสถาบันกษัตริย์กำลังถูกสั่นคลอน ความเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ได้เกิดขึ้นจากพฤติการณ์ส่วนตัวของสมาชิกพระราชวงศ์แต่เพียงเท่านั้น ในทางตรงกันข้าม ความเปลี่ยนแปลงนี้เป็นผลผลิตของสถานะและบทบาทของสถาบันกษัตริย์ที่ไม่เป็นประชาธิปไตย ที่อนุญาตให้สถาบันกษัตริย์เข้ามามีส่วนร่วมในความขัดแย้งทางการเมืองตลอดมา สถานะทางวัฒนธรรมและการเมืองที่ล้นเกินของสถาบันกษัตริย์ ทำให้บทบาททางการเมืองนี้ไม่เคยถูกตั้งคำถามอย่างเป็นวงกว้าง ประชาชนที่มีความกล้าหาญตั้งคำถามต่อสถาบันกษัตริย์ กลับได้รับการคุกคามทั้งทางกฎหมายและวิธีนอกกฎหมาย สถาบันกษัตริย์กลายเป็นพลังที่ส่งอิทธิพลทั้งทางตรงและทางอ้อมต่อการเมืองไทยอย่างกว้างขวาง แต่ประชาชนคนไทยจำนวนไม่น้อยกลับยอมหลับตาข้างหนึ่งและหลอกตนเองว่าการไม่พูดถึงสถาบันกษัตริย์ในวันนี้จะทำให้ฝันร้ายผ่านพ้นไปได้ แต่การหนีปัญหาย่อมไม่ใช่ทางออกของปัญหา และปัญหาสถานะและบทบาทของสถาบันกษัตริย์ที่ไม่เป็นประชาธิปไตยไม่ใช่ฝันร้าย แต่คือความเป็นจริง ถึงเวลาแล้วที่ประชาชนชาวไทยจะต้องร่วมกันอภิปรายถึงปัญหาสถานะและบทบาทของสถาบันกษัตริย์อย่างตรงไปตรงมา และต่อไปนี้คือเหตุผลว่าทำไมการปฏิรูปสถาบันกษัตริย์จึงเป็นสิ่งที่จำเป็นและเร่งด่วน

Continue reading “ทำไมต้องปฏิรูปสถาบันกษัตริย์?”

มองพระจันทร์แล้วคำนึงถึงคนไกล (望月懷遠)

เทศกาลไหว้พระจันทร์ (Mid-Autumn Festival) ปีนี้ ตรงกับวันที่ ๑ ตุลาคม เนื่องในเทศกาลนี้เอง ผมจึงนึกถึงบทกวี "望月懷遠"หรือ “มองพระจันทร์แล้วคำนึงถึงคนไกล” ของจาง จิ่วหลิง(张九龄)ขุนนางราชวงศ์สมัยถัง

ผมได้เขียนพู่กันและแปลบทกวีเป็นภาษาไทยดังนี้

Continue reading “มองพระจันทร์แล้วคำนึงถึงคนไกล (望月懷遠)”

หนังสือมือสองที่มีประวัติศาสตร์ของมันเอง (The Origins of Chinese Bolshevism by Michael Y. L. Luk)

วันนี้เมื่อปีที่แล้วผมได้เข้าไปร้านหนังสือมือสองเจ้าประจำ เป็นร้านเล็กๆ ที่มีแต่ลูกค้าหน้าเดิมๆ วันนี้รู้สึกประหลาดใจนิดหน่อยที่มีหนังสือฝ่ายซ้ายรวมทั้งหนังสือสายวิจารณ์เหมาหรือสตาลินอยู่หลายเล่ม คิดในใจว่าเจ้าของที่เป็นซ้ายเก่าที่ตาย ญาติเลยเอาหนังสือมาปล่อย หรือไม่ก็ฝ่ายซ้ายสักคนที่เลิกเป็นซ้ายแล้วเอาหนังสือเก่ามาปล่อย

Continue reading “หนังสือมือสองที่มีประวัติศาสตร์ของมันเอง (The Origins of Chinese Bolshevism by Michael Y. L. Luk)”

จำลองประวัติศาสตร์ 6 ตุลาฯ – ปราศรัยโดยสยาม ธีรวุฒิ เช้ามืดวันที่ 6 ตุลาคม 2554

ผมค้นไฟล์เก่าๆ แล้วไปเจอคลิปจำนวนหนึ่ง ซึ่งถ้าจำไม่ผิดสำนักข่าวประชาไทเป็นคนถ่ายเอาไว้ แล้วในวันนั้นมาฝากไว้ที่ผม คลิปที่ว่านี้ไม่แน่ใจว่าประชาไทได้เผยแพร่ไหม แต่ผมหาไม่เจอ เจอแต่รายงานสั้นๆ

คลิปทั้งหมด 37 คลิป เป็นการจำลองเหตุการณ์ 6 ตุลาฯ ถ่ายไว้ในช่วงเช้ามืดวันที่ 6 ตุลาคม 2554 ณ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ กลุ่มหลักที่เป็นคนจัดกิจกรรมนี้ คือกลุ่มประกายไฟการละคร

ในที่นี้ ผมตัดเฉพาะส่วนของสยาม ธีรวุฒิมาลง เพื่อเป็นการรำลึกถึงเขา ที่ถูกเผด็จการและศักดินาอุ้มหายอย่างโหดเหี้ยม

Continue reading “จำลองประวัติศาสตร์ 6 ตุลาฯ – ปราศรัยโดยสยาม ธีรวุฒิ เช้ามืดวันที่ 6 ตุลาคม 2554”

นิโคลา ออฟเฟนชตัท: การรื้อถอนทำลายอนุสาวรีย์เป็น “ประเด็นที่สาธารณะต้องนำมาถกเถียงกัน”

“สงครามอนุสาวรีย์” ที่เกิดขึ้นในไทยตอนนี้ ดูเหมือนจะสวนกระแสกับสิ่งที่เกิดขึ้นในระดับโลก กล่าวคือ กระแส Black lives matter ในสหรัฐอเมริกา ก่อให้เกิดปรากฎการณ์การทุบทำลายรูปปั้นที่เกี่ยวข้องกับการค้าทาส เช่น รูปปั้นของ Christopher Columbus ส่วนในฝรั่งเศส มีการพ่นสีใสรูปปั้นของ Jean-Baptiste Colbert รัฐมนตรีคนสำคัญสมัยพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ผู้ร่างกฎหมายเกี่ยวกับการค้าทาสในอาณานิคม รวมถึงการพ่นสีใส่รูปปั้น Charles de Gaulle ประธานาธิบดีและผู้นำทหารคนสำคัญของฝรั่งเศสช่วงสงครามอัลจีเรีย ที่เมือง Hautmont และ Pavillons-Sous-bois สองกรณีดังกล่าว ทำให้ประธานาธิบดีมาครง ออกมาแถลงข่าวเมื่อวันที่ 14 มิถุนายนว่า “ฝรั่งเศสจะไม่ลบร่องรอยหรือชื่อใครออกจากประวัติศาสตร์และจะไม่มีการรื้อถอนรูปปั้น”

21738679
รูปปั้น Jean-Baptiste Colbert ที่หน้ารัฐสภา กรุงปารีส (CHRISTOPHE PETIT TESSON / MAXPPP)

Eaizt7fXsAItBNR
รูปปั้น Charles de Gaulle ที่เมือง Hautmont (Xavier Bertrand/Twitter)

Continue reading “นิโคลา ออฟเฟนชตัท: การรื้อถอนทำลายอนุสาวรีย์เป็น “ประเด็นที่สาธารณะต้องนำมาถกเถียงกัน””

โต้บทความเรื่อง “โรเบสปิแอร์ : อำนาจทำให้เสื่อม และความเสื่อมทำให้สิ้น” ของโตมร สุขปรีชา

ผมต้องยอมรับว่าแค่คิดจะเขียนโต้บทความนี้ (อ่านได้ที่นี่) ก็เกิดอาการเหนื่อยใจขึ้นมาแล้ว เพราะโตมร สุขปรีชาผู้ดูท่าจะตั้งใจเขียนบทความหลายตอนเกี่ยวกับประเด็นที่ซับซ้อนอย่างบทบาทของโรเบสปิแอร์ในการปฏิวัติฝรั่งเศสกลับเผยให้เห็นว่าเขาไม่มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องที่เขียนถึงสักเท่าไหร่ในหลายจุดของบทความ

สิ่งที่น่าอับอายที่สุดคือการบอกว่าโรเบสปิแอร์เสียชีวิตวันที่ 28 มิถุนายน ค.ศ. 1794 ทั้งๆ ที่ความจริงเขาเสียชีวิตในวันที่ 28 กรกฎาคม ค.ศ. 1794 จะมองว่าเป็นการพิมพ์ผิดก็คงไม่ได้ เพราะการตั้งใจปล่อยบทความในวันนี้ก็ดูจะสอดคล้องกันดี

Continue reading “โต้บทความเรื่อง “โรเบสปิแอร์ : อำนาจทำให้เสื่อม และความเสื่อมทำให้สิ้น” ของโตมร สุขปรีชา”

สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไม่ควรแสดงความเคารพกษัตริย์ในรัฐพิธีเปิดประชุมสภา

ระบอบประชาธิปไตยที่มีกษัตริย์เป็นประมุขภายใต้รัฐธรรมนูญในหลายประเทศอย่างเช่นอังกฤษและฝรั่งเศสเป็นผลพวงของการต่อสู้ขับเคี่ยวแย่งชิงอำนาจระหว่างชนชั้นนำจารีตประเพณีอย่างกษัตริย์ ศาสนจักร และอภิชนเจ้าที่ดินกับชนชั้นนำใหม่ที่เกิดขึ้นจากการสะสมทรัพย์สมบัติที่มาจากการทำงานหรือการทำธุรกิจอย่างเช่นชนชั้นกระฎุมพี (ทนายความ พ่อค้า สมาคมอาชีพ) ก่อนการกำเนิดชนชั้นใหม่นี้ การต่อสู้ช่วงชิงอำนาจภายในชนชั้นนำจารีตประเพณีเองก็เกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา แต่ไม่ได้นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงความสัมพันธ์ทางอำนาจอย่างถาวร

การต่อสู้ขับเคี่ยวระหว่างชนชั้นนำดังที่ว่านี้นำไปสู่การโค่นล้มกษัตริย์และสถาปนาระบอบสาธารณรัฐทั้งในอังกฤษและฝรั่งเศส ต่างกันที่เพียงว่าในอังกฤษฝ่ายกษัตริย์นิยมสามารถกลับคืนสู่อำนาจได้อีกและวิวัฒนาการจนเป็นระบอบกษัตริย์ภายใต้รัฐธรรมนูญเช่นปัจจุบัน แต่ในฝรั่งเศสเกิดการสับเปลี่ยนไปมาระหว่างระบอบสาธารณรัฐ ระบอบจักรพรรดินิยมของราชวงศ์โปนาบาร์ต และระบอบกษัตริย์นิยมของราชวงศ์บูรบง ก่อนจะกลายเป็นระบอบสาธารณรัฐเช่นในปัจจุบัน จะเห็นได้ว่าในประเทศยุโรป ถ้าหากสถาบันกษัตริย์ไม่ยอมประนีประนอมจนเหลือเพียงสถานะทางพิธีกรรมก็จะกลายเป็นระบอบสาธารณรัฐไป

แต่ระบอบประชาธิปไตยที่มีกษัตริย์เป็นประมุขภายใต้รัฐธรรมนูญในบางประเทศ เช่น ประเทศไทย หรือประเทศญี่ปุ่น มีวิวัฒนาการที่พิเศษแตกต่างไปจากบริบทแบบยุโรป ลักษณะพิเศษดังนี้เองที่ทำให้สถานะของสถาบันกษัตริย์ในประเทศไทยมีอำนาจมากทั้งในทางการเมืองและทางวัฒนธรรม สถาบันกษัตริย์ไทยไม่เพียงอยู่ในสถานะเหนือการเมือง แต่ยังดำรงอยู่ในการเมืองอีกด้วย สถาบันกษัตริย์ที่มีพลังอำนาจทางการเมืองมากเช่นนี้ย่อมส่งผลต่อวิวัฒนาการประชาธิปไตยในไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าหากสถาบันกษัตริย์จะจัดวางตำแหน่งตัวเองในลักษณะที่ไม่เอื้อให้เกิดการพัฒนาประชาธิปไตยอย่างต่อเนื่องด้วยการที่กษัตริย์ไทยแทบไม่เคยปฏิเสธการรัฐประหาร

Continue reading “สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไม่ควรแสดงความเคารพกษัตริย์ในรัฐพิธีเปิดประชุมสภา”

ประวิตร โรจนพฤกษ์อ่านหนังสือไม่แตกหรือเขากำลังนำเสนอหลักฐานทางประวัติศาสตร์ใหม่? ว่าด้วยจำนวนคนตายในยุค “ก้าวกระโดดใหญ่”

ผมได้อ่านบทความของคุณประวิตร โรจนพฤกษ์เรื่อง “Opinion: Ignorance of Nazis, History a Bug or Feature of Thai Education?” ในเว็บไซต์ข่าวสดภาษาอังกฤษซึ่งเขาได้แสดงความเห็นต่อกรณีที่มีนักร้องวงหญิงล้วนคนหนึ่งแต่งกายด้วยชุดที่มีสัญลักษณ์นาซี อันที่จริงบทความลักษณะนี้ไม่ได้มีเนื้อหาสาระอะไรใหม่ ธีมมักวนเวียนอยู่กับปัญหาของการศึกษาไทยและการเปรียบเทียบจำนวนคนตายในระบอบนาซีกับผู้นำเผด็จการคนอื่นๆ เช่น สตาลิน หรือเหมาเจ๋อตง อันที่จริงผมคิดว่าเรื่องนี้มันซับซ้อนกว่านั้น และการที่คนไทยมีความเขลาเรื่องสัญลักษณ์นาซีก็ไม่ได้หมายความว่าระบบการศึกษาของไทยล้มเหลว (การศึกษาไทยอาจจะล้มเหลว แต่ไม่ใช่ด้วยการให้เหตุผลเช่นนั้น) ผมเองอาศัยอยู่ในประเทศที่พลเมืองมีความตื่นตัวเรื่องนาซีมาก แทบทุกมุมถนนมีอนุสาวรีย์แห่งบาดแผลระบุสถานที่เสียชีวิตของผู้ต่อต้านนาซี แต่ผมเชื่อว่าถ้าวันพรุ่งนี้ผมเอาธงอาทิตย์อุทัย (Flag of the Rising Sun, สัญลักษณ์ของจักรวรรดิญี่ปุ่น ที่ทุกวันนี้ “กองทัพเรือญี่ปุ่น” ยังคงใช้อยู่) ไปโบกในที่สาธารณะ น่าจะไม่มีคนฝรั่งเศสที่ไหนเดินมาวิจารณ์ความเขลาของผมต่อการใช้สัญลักษณ์กองทัพจักรวรรดิญี่ปุ่นแน่นอน คนฝรั่งเศสส่วนใหญ่น่าจะรู้เรื่องการทดลองในมนุษย์ของ Josef Mengele แต่จะมีกี่คนรู้เรื่องการทดลองในมนุษย์ของ Unit 731 แบบนี้เราจะบอกว่าระบบการศึกษาของฝรั่งเศสล้มเหลว หรือว่าคนฝรั่งเศสไม่มีมโนธรรมหรือเปล่า ผมคิดว่าก็ไม่น่าจะใช่ คำตอบง่ายๆ อาจจะเป็นแค่ว่าคนไทยห่างไกลจากบาดแผลเรื่องนาซี และคนยุโรปก็ห่างไกลจากบาดแผลเรื่องอาชญากรรมของจักรวรรดิญี่ปุ่น การที่คนไทยทั้งเขลาเรื่องนาซี (ที่ไกลตัว) และเรื่องจักรวรรดิญี่ปุ่น (ที่ใกล้ตัว) อาจจะเป็นดัชนีถึงปัญหาเรื่องความล้มเหลวของการศึกษาไทยก็ฟังดูสมเหตุสมผล แต่การเอาเรื่องไกลตัวอย่างนาซีเป็นเหตุผลหลักน่าจะไม่เพียงพอ

Continue reading “ประวิตร โรจนพฤกษ์อ่านหนังสือไม่แตกหรือเขากำลังนำเสนอหลักฐานทางประวัติศาสตร์ใหม่? ว่าด้วยจำนวนคนตายในยุค “ก้าวกระโดดใหญ่””

His Majesty, Where Are You?

vms904
เครื่องบินพระที่นั่งรหัสเรียกขาน VMS 904 ขณะลงจอดที่สนามบินซูริค สมาพันธรัฐสวิส วันที่ 21 มีนาคม ค.ศ. 2016

ผมขอตั้งชื่อบล็อกอันนี้เป็นภาษาอังกฤษว่า “His Majesty, Where Are You?”  หรือจะแปลเป็นไทยได้ว่า “โอ้ว่าพระทูลกระหม่อมแก้ว รู้แล้วว่าทรงอยู่หนไหน” บล็อกนี้มีที่มาหลังจากการล้มป่วยของสมศักดิ์ เจียมธีรสกุล ทำให้ไม่มีคนคอยอัพเดทการเสด็จประพาสยุโรปของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีคนบอกผมว่าขณะนี้แอนดรูว์ แม็คเกรเกอร์ มาร์แชลกำลังทำหน้าที่แทนอยู่ แต่เนื่องจากผมเพิ่งเลิกใช้เฟซบุ๊กอีกเหมือนกัน ก็เลยไม่ทราบว่าคุณแอนดรูว์คอยอัพเดทอยู่จริงหรือไม่ ถึงจุดนี้ผมจึงได้เกิดความคิดว่าเราควรจะใช้คอมพิวเตอร์ทำหน้าที่แทนมนุษย์ คอยอัพเดทข้อมูลการเสด็จประพาสยุโรปของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวแบบเรียลไทม์ (real-time tracking) ซึ่งในท้ายที่สุดผมตั้งใจจะพัฒนาเว็บไซต์เล็กๆ ที่พสกนิกรผู้จงรักภักดีสามารถติดตามการเคลื่อนไหวของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในยุโรปได้ตลอดเวลา และถ้าหากผมมีทรัพยากรพอ ก็อยากที่จะยกระดับเป็นแอ็พพลิเคชั่นในมือถือ แต่อย่างไรก็ตาม ในขั้นนี้ผมได้ลองเขียนโปรแกรมเล็กๆ เพื่อวิเคราะห์ข้อมูลการเคลื่อนไหวของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในอดีตดูก่อนอิงตามบันทึกการบินของเครื่องบินพระที่นั่งซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่าพระองค์ทรงควบคุมด้วยพระองค์เอง

Continue reading “His Majesty, Where Are You?”